ผีแขกเตี้ย

คุณอาจจะสงสัยว่า “ผีแขกเตี้ย” คืออะไร?  เป็นผี หรือเป็นอะไรกันแน่! 

เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับตัวผู้เขียนเอง ผู้เขียนขอนำทุกท่านย้อนเวลากลับไปในสมัยที่ผู้เขียนยังเป็นวัยรุ่น ในช่วงนั้นตนเองมีความรู้สึกว่า เวลานอนหลับจะรู้สึกเหมือนโดนบางอย่างทับ ขยับตัวไม่ได้  จะลืมตาก็ลืมไม่ขึ้น อ้าปากตะโกนก็ไม่มีเสียง อาการเหมือนครึ่งหลับครึ่งตื่น แขน ขา ลำตัว นอนนิ่งตัวแข็งอยู่อย่างนั้นไปสักพัก อาการต่างๆ ก็หายไปเอง

เมื่อตื่นในตอนเช้า ได้ถามผู้ใหญ่ในบ้าน ก็ได้คำตอบว่า “ผีอำ” แน่ๆ ... แต่บางคนก็บอกว่า “ไม่ใช่ผีอำนะ” แต่เป็นอาการของการนอนทับเส้น นอนไม่ถูกท่า จึงเกิดอาการชาตามลำตัว เป็นหลักทางการแพทย์

แต่จะเป็นอะไรก็ช่างเถอะ สิ่งที่กังวลมากในตอนนั้น ก็คือ กลัวว่าจะเกิดอาการแบบนั้นอีก แล้วก็เป็นจริงอย่างที่กลัว เพราะหลังจากเกิดครั้งแรกแล้ว ก็มีครั้งที่สอง สาม และตามมาเรื่อยๆ เรียกได้ว่า “บ่อย”

เมื่อเกิดบ่อยครั้งขึ้น ก็เริ่มรู้สึกอยากทดสอบว่า มันคืออะไรกันแน่?  มีความรู้สึกต้องการเห็น ต้องการลืมตา และต้องการบังคับหรือต่อสู้กับอาการเหล่านี้ จนกระทั่งคืนหนึ่ง ขณะนอนหลับก็เริ่มรู้สึกชาตามแขนก่อน ลามไปถึงขา ถึงลำตัว ตอนนั้นรู้สึกตัวแล้ว จึงได้พยายามลืมตาขึ้น แต่ดูเหมือนหนักๆ ที่เปลือกตา ก็ลืมไม่ได้สักที ทำได้แค่รอให้อาการชาหายไปเองเหมือนครั้งก่อนๆ

และด้วยความที่เจอกับอาการแบบนี้บ่อยมาก จนทำให้ตนเองต้องฝึกที่จะค่อยๆ รับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อจะพิสูจน์ให้ได้ว่า ตนเองถูกผีอำจริงอย่างที่ผู้ใหญ่เตือนหรือไม่?  เพราะเริ่มสังเกตได้เองว่า อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นในคืนวันพระ และวันที่ตนเองรู้สึกจิตตก จิตอ่อนแอ เหนื่อยล้าจากอะไรก็ตาม 

ในที่สุดก็ถึงคืนที่จะทดสอบตนเองอีกครั้ง คืนนั้นเป็นคืนวันพระใหญ่ ตนเองได้เข้านอนตามปกติ (มีแอบกังวลเล็กน้อย) แต่ก็พร้อมที่จะรับมือแล้ว ทันทีที่รู้สึกเคลิ้มจะหลับ  อาการชาเริ่มค่อยๆ คืบคลานเข้ามาตามตัว และก่อนที่จะขยับไม่ได้ทั้งตัว ก็ได้ท่องบทสวดมนต์ต่างๆ ที่นึกได้ในตอนนั้น ท่องวกไปวนมา ท่องซ้ำๆ แต่อาการชาก็ยังไม่หายไป ร่างกายยังขยับไม่ได้เหมือนเดิม จนถึงจุดที่ตนเองรู้สึกว่า ไม่ไหวแล้ว จึงได้ตะโกนออกมาสุดเสียง (มาทราบจากผู้ใหญ่ในวันรุ่งขึ้นว่า เมื่อคืนได้ยินเสียงตนเองร้องดังมาก) แต่ได้ผลนะ เพราะคืนนั้น เป็นครั้งแรกที่ตนเองสามารถบังคับเปลือกตาให้ลืมตาได้จริง และภาพที่ได้เห็นอยู่ข้างเตียง ก็คือ วงกลมสีดำมีขนาดใหญ่ เคลื่อนไหวไปมาได้ ในขณะที่อาการชาตามตัว ก็ค่อยๆ ดีขึ้น จำได้ว่าสวดมนต์ต่อจนหลับไป เช้าตื่นขึ้นมา ภาพวงกลมสีดำนั้น ก็ยังติดอยู่ในความคิดอยู่ น่าจะเป็นดวงวิญญาณที่ผ่านไปมาในคืนวันพระหรือไม่ ก็ไม่อาจสรุปได้ แต่ก็หาคำตอบให้ตนเองได้แล้วว่า อาการนี้ที่เป็นมาตลอด คือ โดนผีอำนี่ล่ะ! ใครไม่เชื่อ ไม่ว่ากัน ใครไม่เจอเองก็จะไม่รู้ 

เล่ามาถึงตอนนี้ ก็ยังไม่ถึงคิวของ “ผีแขกเตี้ย” เลยนะ เอาล่ะ ฟังเรื่องราวของผีแขกเตี้ยกันต่อเลยละกัน ...

เรื่องมีอยู่ว่า ช่วงที่เรียนจบแล้วได้งานทำใหม่ๆ จำเป็นต้องหาที่พักให้อยู่ใกล้ที่ทำงาน เพื่อสะดวกต่อการเดินทางไปกลับ เพื่อนๆ ก็ช่วยกันหาอพาร์เม้นท์กันหลายที่ สรุปได้ห้องเช่าบนตึกแถว ย่านคลองกุ่ม อยู่ชั้น 2 เป็นห้องพักริมทางเดิน ส่วนหน้าต่างเมื่อมองออกไป จะเป็นบ่อน้ำเล็กๆ ล้อมรอบด้วยบ้านไม้ อากาศถ่ายเทได้ดี หลังจากจัดเก็บห้องเรียบร้อยแล้ว เพื่อนๆ ได้แยกย้ายกลับบ้าน ก็พอดีเวลาเข้านอน และด้วยความเมื่อยล้าจากการจัดห้องพัก ทำให้ตนเองหลับในทันทีที่ศีรษะถึงหมอน หลับไปนานเท่าไหร่ไม่แน่ใจ แต่รู้สึกตัวอีกทีก็อึดอัด รู้สึกแน่นไปหมดทั้งตัว โดยเฉพาะช่วงคอและหัวไหล่ขยับไม่ได้ ปากเหมือนถูกปิด ในตอนนั้นไม่ได้รู้สึกกลัวเลย แต่กลับรู้สึกโกรธและเจ็บใจตัวเองว่า “อะไรกันนักหนา โดนอีกแล้วเหรอเนี่ย” ตะโกนจนสุดเสียง คอแทบแตก ก็ไม่ได้ยินเสียงตัวเองเลยด้วยซ้ำ บทสวดมนต์ที่ท่องได้ ก็ท่องจนหมดแล้ว ก็ยังไม่หายจากอาการตัวแข็ง สุดท้ายก็เลยตะโกนออกไปว่า  “เฮ่ยยยยย จะเอาอะไร จะอำอะไรบ่อยๆ มันเหนื่อยแล้วนะ แน่จริงออกมาสู้กันเลยดีกว่า” ตะโกนไป พร้อมกับกรอกสายตาไปมาซ้ายขวา แล้วสิ่งที่เห็น ก็คือ มีตัวคน รูปร่างแคระ ตัวเล็กมาก นุ่งขาว ห่มขาว และมีผ้าขาวโพกที่ศีรษะ ตัวดำๆ เค้านั่งทับอยู่บนบ่าข้างซ้าย เห็นได้สักพัก เค้าก็หายไป พร้อมกับเสียงไก่ขัน คือ ประมาณตี 5 ของเช้าวันรุ่งขึ้น 

เรื่องนี้ผู้เขียนโดนกับตัวเอง บอกตามตรงว่า เป็นคนที่พบเรื่องราวลี้ลับ ผีอำ ผีเด็ก กุมารทอง มาตั้งแต่เป็นเด็กแล้ว เคยเห็น เคยสัมผัส หากถามว่า วิญญาณมีจริงมั้ย? ตนเองตอบได้ทันทีว่า “มีจริงแน่นอน” มันไม่ใช่เรื่องของความเชื่อหรือไม่เชื่อ! แต่มันเป็นภพภูมิที่มีอยู่จริงรอบๆ ตัวเรานี่เอง

 

อีกหลายประสบการณ์ที่เจอมา หากมีโอกาสจะแวะเข้ามาเล่าให้ฟังอีก ..

 


 waenchara@gmail.com