บทหนึ่งของชีวิต เมื่อวันที่ฉันยังเป็นเด็กหญิง by คุณป้ากาโม่

ฉันผ่านจุดนั้นมาได้ยังไง?

ในยามที่เรารู้สึกท้อแท้ หรือหดหู่กับสิ่งใดก็ตาม คุณนึกถึงใครเป็นคนแรก?

หลายคนคงได้เคยสัมผัสความรู้สึกแบบนี้มาแล้ว

แต่เชื่อเถอะ! ไม่ว่าคุณจะรู้สึกแย่แค่ไหน สักวันหนึ่งข้างหน้า คุณก็จะก้าวผ่านจุดนั้นไปได้เอง

 

ในวัยเด็กประถมของฉัน ได้พบเจอคนน้อยมาก เป็นเพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็เพราะว่า การที่พ่อแม่แยกทางกัน มันทำให้เรารู้สึกเหงาอย่างโหดร้าย มันทำให้เรารู้สึกโดดเดี่ยว กลายเป็นคนเก็บตัว พูดน้อย อยู่แต่ในห้อง ไม่อยากออกมาสุงสิงกับใครเลย แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกมีความสุขและตื่นเต้น ก็คือ การได้ไปโรงเรียน เพราะที่โรงเรียนมีคุณครู มีเพื่อน มีกลิ่นอายของดินและหญ้า ฉันรู้สึกคุ้นชินกับกลิ่นเหล่านี้ที่สุด ถึงแม้ว่า มีบางครั้ง จะต้องออกไปยืนอยู่หน้าเสาธง เพราะโดนทำโทษ เนื่องจากมาโรงเรียนสายก็ตาม ฉันยังจำได้ดีในวันที่ถูกตีอยู่หน้าเสาธงของโรงเรียน สายตาของเพื่อน ๆ ที่ยืนอยู่ด้านล่าง ดูสนุกสนาน มีเสียงหัวเราะ มีเสียงปรบมือ และเสียงดังของเด็กๆ ทั้งหลาย แต่ความรู้สึกของฉันที่ต้องยืนรอรับการตีจากครูนั้น บอกเลยว่า "กลัวมาก" 5555

ครู:   วันนี้สำหรับนักเรียนที่มาโรงเรียนสาย ควรตีกี่ทีดีคะ?

เสียงของครูดังผ่านลำโพงทั้งสนาม ทำให้นักเรียนที่อยู่ด้านล่างยิ่งสนุกกันใหญ่ หลายคนตะโกนขึ้นมาว่า "2 ที" บางคนก็ตะโกนว่า "3 ที" 

ฉันได้แต่ยืนกอดอก มองไม้เรียวเล็ก ๆ ในมือของครู คือ ครูมีความพร้อมมาก ส่วนเพื่อนๆ ก็ตะโกนช่วยฉันจริงๆ "3 ที" 

คุณครูน่ารัก เชื่อตามเสียงตะโกน แล้วก็หันมาทางฉัน ที่ยืนตาละห้อยมองไม้เรียวอย่างไม่ละสายตา

ฉัน:  คุณครูคะ หนูว่า 2 ที กำลังดีค่ะ ... แน่ะ! มีต่อรอง

คุณครู: เราต้องรู้จักยอมรับเสียงข้างมากตั้งแต่ตอนนี้นะคะ นักเรียน

ฉัน:  ค่ะ คุณครู .. ฉันได้แต่ตอบรับและหลับตาเตรียมความพร้อมไม่แพ้คุณครู! ร่างกายก็แอ่นไปข้างหน้า โดยไม่รู้ตัว (นึกภาพออกนะ)

จากนั้นเสียงไม้เรียวก็กระทบผ่านกระโปรงนักเรียนดัง "พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ" ฉันนี้แอ่นตัวรับครบทั้ง 3 ครั้ง โดยไม่มีเสียงร้องสักแอะ และเมื่อครบ 3 ทีแล้ว เพื่อนๆ ที่อยู่ด้านล่างกลับเงียบกริบ! ฉันมองลงไป เห็นเพื่อนบางคน น้ำตาไหลแบบไม่รู้ตัว และมีเสียงตะโกนขึ้นมาถามฉันว่า "เจ็บมั้ย" พร้อมเสียงสะอื้นของเพื่อน ๆ เท่านั้นล่ะ จากอาการที่ไม่มีเสียงร้องสักแอะ น้ำตาของฉันไหลออกมาเองซะงั้น แอบนึกในใจ ทำไมไม่บอกครูว่า "1 ที" ก็พอ ^^

คุณครู: ต่อไปอย่ามาสายอีกนะคะ นักเรียน เป็นนักเรียนต้องรู้จักรักษาเวลาค่ะ เดินลงไปเข้าแถวกับเพื่อนๆ ได้แล้วค่ะ

ฉัน: ค่ะ คุณครู ^^

ฉันแอบมองเพื่อนที่วิ่งกรูกันเข้ามาช่วยรับฉันเดินลงจากบันไดเสาธง แล้วเราก็กอดคอกันร้องไห้ไปซะงั้น!

... มันเป็นชีวิต มันเป็นมิตรภาพจากดวงใจเล็กๆ ดวงน้อยๆ ไม่ต้องมีคำบรรยายอะไรมากมาย เหมือนโจทก์เลขในวัยเด็กตอนเรียนหนังสือ

หนึ่งบวกหนึ่ง เท่ากับ "สอง" เท่านั้น หากตอบว่า "สาม หรือ สี่" นั่นคือ "ผิด" ทันที และอาจสอบตกได้

ไม่เหมือนยุคนี้ เป็นยุคปัจจบันที่มีแต่การแข่งขันทุกเรื่องที่อยู่รอบๆ ตัวเรา จากคำถามเดียวกัน หากใครตอบว่า "สอง" จะถูกมองไม่เป็นคนไม่ฉลาดทันที

แต่หากคำตอบของคุณ คือ "สาม สี่ ห้า หรือ ....." คุณจะถูกมองว่า เป็นคนฉลาด มีไหวพริบ รู้จักต่อยอด ...... อ้าววววววว เป็นงั้นไป!

 

แบบนี้พอจะนึกออกมั้ยคะว่า คนถาม หรือคนตอบ ใครฉลาดกว่ากัน!