คำแนะนำในการเริ่มธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ


Startup Business: 10 คำแนะนำในการเริ่มธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ


อยากเริ่มธุรกิจของตัวเองต้องทำยังไง มีอะไรที่เราต้องทำบ้าง ทุกวันนี้เราสามารถหาเช็คลิสต์ได้มากมายจากแหล่งข้อมูลตามเว็บไซต์ต่าง ๆ  เช็คลิสต์เหล่านั้นจะช่วยให้คุณจัดลำดับความสำคัญว่าต้องทำอะไรก่อนหลัง แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อคุณขีดฆ่าแต่ละรายการออกไปแล้วจะทำให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จได้ จาก  การสำรวจความล้มเหลวของ Startup Business ทำให้เราเห็นว่า 80%ของธุรกิจ Startup ทำไปแล้วไม่ได้อะไรกลับมาเลย

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ฝันอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง กำลังคิดที่จะเริ่มทำ หรือเริ่มมาแล้ว เรามาดูกันดีกว่าว่า 10 ข้ออะไรบ้างที่คุณต้องคำนึงถึงเพื่อที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จได้



1.  รู้จักตัวเอง

อันดับแรกเลยคุณต้องรู้จักตัวเองให้ดีก่อนว่า อยากทำอะไร, ทำไมถึงอยากทำ, อะไรที่สร้างแรงบันดาลใจให้คุณ, มีต้นทุนที่จะเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน, พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จหรือไม่ แน่นอนว่าทุกคนอยากเห็นธุรกิจของตัวเองเติบโตและสร้างผลกำไรมาก ๆ แต่การจะได้มาซึ่งสิ่งนั้น คุณพร้อมที่จะเสียสละมากน้อยแค่ไหน, ถ้าต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ ครอบครัวคุณจะว่ายังไง, คุณจะมีเวลาให้กับครอบครัวมากน้อยแค่ไหน, เงินทุนหมุนเวียนที่จะต้องใช้มีอยู่แล้วหรือต้องหานักลงทุนมาช่วย, สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรละเลย คือการวางแผนธุรกิจให้สมดุลกับชีวิตส่วนตัว

2.  เลือกธุรกิจที่เหมาะกับตัวเองและมั่นใจว่ามีตลาดรองรับจริง

เรื่อง Supply กับ Demand เหมือนเป็นอะไรที่ทุกคนรู้จักกันดีอยู่แล้ว แต่บางทีก็อาจจะลืมคิดไป เราควรจะมองหาว่าอะไรที่เป็นที่ ต้องการในตลาด และสำรวจว่าเราสามารถตอบสนองความต้องการนั้นได้หรือไม่ สิ่งนั้นจะสามารถสร้างรายได้ให้กับเราได้มั้ย พอที่จะขยายและเติบโตเป็นธุรกิจได้หรือเปล่า

จุดบกพร่องอย่างหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจล้มเหลว เป็นเพราะเจ้าของธุรกิจยึดติดอยู่กับไอเดียของตัวเอง คิดว่าสินค้าตัวนี้ต้องมีคนซื้อแน่ ๆ เพราะตอนปรึกษาเพื่อนหรือครอบครัว พวกเขาก็เห็นด้วย อย่าเริ่มธุรกิจจากการคาดเดา ศึกษาค้นคว้า หาข้อมูลในตลาดอย่างแท้จริง เพื่อให้เราได้รู้ว่า ถ้าสิ่งนั้นเป็นที่สนใจในตลาดและมีความต้องการในตลาดจริง ให้สำรวจด้วยว่า ถ้าพวกเขาจะซื้อ พวกเขาจะซื้อในราคาเท่าไหร่

3.  ยอมรับ Digital Marketing

ทุกวันนี้ เราแทบจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกอย่างอยู่บนโลกออนไลน์ ไม่ว่าคุณจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือใหญ่ จะจ้าง เอเจนซี่การตลาดออนไลน์ หรือทำเอง การมีตัวตนบนโลกออนไลน์นั้นเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ อย่างน้อย ๆ คุณควรจะมีเว็บไซต์ที่ดูเป็นมืออาชีพ อีเมลที่ลูกค้าสามารถติดต่อกับคุณได้ โปรไฟล์ในโซเชี่ยลมีเดียที่กลุ่มลูกค้าของคุณใช้เป็นประจำ

ถึงแม้ว่าบางทีคุณจะได้ลูกค้ามาจากการแนะนำ พูดกันแบบปากต่อปาก หรือเนทเวิร์คกิ้ง  ยังไงคุณก็จำเป็นต้องมีตัวตนที่ชัดเจนในโลกออนไลน์ เพราะนั่นเป็นช่องทางที่ลูกค้าจะศึกษาเกี่ยวกับคุณ ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจซื้อ การทำโปรโมชั่น ให้คูปองส่วนลดกับลูกค้า ก็จะเป็นการกระตุ้นให้พวกเขาซื้อครั้งแรกแล้วกลับมาซื้ออีกก็เป็นได้

4.  วางแผนที่จะประสบความสำเร็จ

ถึงแม้ว่าคุณอาจจะไม่ต้องเขียนแผนธุรกิจแบบละเอียดเพื่อเอาไปกู้เงินมาลงทุน การใช้ต้นทุนของตัวเองในการเริ่มธุรกิจก็จำเป็นที่จะต้องมีการวางแผนที่ชัดเจนด้วยเช่นกัน แผนเหล่านี้คือการระบุว่า คุณตั้งเป้าหมายไว้ยังไง จะไปถึงไหน จะไปยังไง ถึงแม้ว่าแผนการนั้นจะมีเปลี่ยนไปบ้างระหว่างทาง เพราะอาจจะเริ่มมีคู่แข่งหรือคุณเริ่มรู้จักตลาดนั้นมากขึ้น อย่างน้อย การวางแผนจะช่วยให้คุณโฟกัสและเดินไปตามทางที่วางเอาไว้

5.  อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง

เราอาจจะเคยได้ยินคำแนะนำที่ว่า อย่าเริ่มทำธุรกิจจนกว่าเราจะมีข้อมูลทุกอย่างที่ครบถ้วนชัดเจนและ มั่นใจว่าธุรกิจจะสร้างผลกำไรได้แน่นอน ข้อเสียของคำแนะนำนี้ก็คือ มันทำให้เราผัดวันประกันพรุ่ง ไม่มีนักธุรกิจคนไหนหรอกที่มีครบไปหมดทุกอย่างตั้งแต่ก่อนที่จะเริ่มทำ แน่นอนว่า เราต้องศึกษาและวิจัยตลาด วางแผนธุรกิจ หรือจัดการอะไรอื่นๆ อีกมากมาย แต่ถ้าคุณมัวแต่รอให้มีทุกอย่างครบสมบูรณ์แบบ คุณอาจจะไม่ได้เริ่มธุรกิจเลยก็เป็นได้

6.  เริ่มจากเล็กๆ แล้วค่อยเล่นใหญ่

หลายคนมองว่านักธุรกิจคือพวกที่ชอบเสี่ยง แต่ในความเป็นจริงแล้ว นักธุรกิจที่ดีจะไม่หลับหูหลับตาเสี่ยง พวกเขาควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในกรอบที่เล็กที่สุด เพื่อที่พวกเขาจะได้ลองผิด ลองถูก ลองไอเดียใหม่ ๆ ดูว่าอะไรเวิร์ค ไม่เวิร์ค ปัญหาอยู่ตรงไหน ถ้าพวกเขาจะต้องตัดสินใจว่าไปต่อ หรือเลิกทำ พวกเขาจะเอาผลลัพธ์ที่ได้มานั้น มาช่วยในการตัดสินใจ

7.  อย่ามัวแต่ยึดติดกับความผิดพลาด

ความแตกต่างระหว่างนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จกับคนที่ล้มเหลวนั้น อยู่ที่การเรียนรู้จากข้อผิดพลาดแล้วเดินหน้าต่อไป พวกเขาไม่จมปลักอยู่กับมัน หรือคิดว่าตัวเองโชคร้าย โทษเศรษฐกิจที่ไม่ดี หรือโทษคนอื่น ถ้าพวกเขาเห็นว่าเส้นทางนี้ไม่เวิร์ค พวกเขาก็จะมองหาเส้นทางอื่น หรืออาจจะเปลี่ยนเป้าหมายให้มีความน่าจะเป็นมากกว่านี้

8.  เรียนรู้จากความผิดพลาดของคนอื่น

มองหาคนที่คุณสามารถปรึกษาได้ แหล่งข้อมูลที่จะช่วยให้คุณเรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจนี้ได้ดีที่สุด อะไรที่จะพาคุณไปยังเป้าหมายของคุณ เข้าร่วมกลุ่มกับคนที่มีเป้าหมายหรือ ความคิดคล้าย ๆ กัน เข้าร่วมสัมมนา หาครอสเรียนเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ

คุณจะประหยัดเวลาลองผิด ลองถูกไปได้เยอะ ถ้าคุณเรียนรู้จากความผิดพลาดของคนอื่นที่เคยทำมาก่อน แล้วไม่ทำซ้ำเหมือนพวกเขาอีก

9.  คิดแบบนักธุรกิจ เข้าใจความแตกต่าง ระหว่างเป็นนายตัวเอง กับเป็นนักธุรกิจ

ทำบัญชีรายรับและรายจ่าย แยกเงินส่วนตัวกับธุรกิจออกจากกัน ศึกษาเรื่องกฎหมายที่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับธุรกิจนี้และ ปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านั้น ถ้าคุณต้องการจะสร้างธุรกิจ คุณต้องมีการวางหลักการและระบบการทำงานที่ดี รู้ว่าอะไรที่ทำเองได้และอะไรที่ควรหาคนมาทำแทน แน่นอนว่า ไม่มีใครเก่งไปซะทุกอย่าง การจ้างคนที่มีทักษะเฉพาะทางมาทำงานแทนคุณนั้น นอกจากจะช่วยให้ได้งานที่ดีแล้ว ยังจะช่วยให้คุณสามารถเอาเวลาไปโฟกัสกับการวางแผนที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้อีกด้วย

10.  อย่าหยุดที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ

อะไรที่ขายและทำกำไรได้ในตอนนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะทำกำไรได้ตลอดไป ดังนั้น อย่ามัวแต่ยึดติดอยู่กับความคิดที่ว่า “ก็เคยทำแบบนี้มาตลอด” เปิดหูเปิดตาให้กว้าง มองหาสิ่งใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาช่วยพัฒนาธุรกิจของคุณอยู่เสมอ  ตั้งคำถามที่ว่า มีวิธีอะไรใหม่มั้ย ที่จะมาช่วยทำการตลาดให้กับเรา? ลูกค้าถามหาอะไรที่เรายังไม่ได้ทำหรือเปล่า? มีกลุ่มลูกค้าไหนที่เราสามารถขยายตลาดไปได้บ้าง? คุณสามารถมองหาคำตอบกับคำถามเหล่านี้ ได้โดยการหาอ่านข้อมูลที่อัพเดตอยู่เป็นประจำและการรับฟังเสียงตอบรับจากลูกค้า

แน่นอนว่า สูตรสำเร็จเพื่อธุรกิจที่ประสบความสำเร็จไม่มีอยู่ในโลก การที่เรารู้จักตัวเอง, รู้จักตลาด, รู้จักวางแผน, รู้จักเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ,และไม่มองข้ามเสียงตอบรับจากภายนอก ก็ทำให้เรามีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว